Advertisement
Leaderboard 728x90

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) นำเสนอ 6 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย น่าน นครปฐม สุพรรณบุรีพัทยา และ แพร่ เพื่อชิงเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกปูทางสู่ Magnet ใหม่ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน กระตุ้นเศรษฐกิจการลงทุนในท้องถิ่น เดินหน้า ปั้นย่านเศรษฐกิจต่อเนื่อง หลังพัฒนา 33 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้นแบบครบตามโรดแมป ปี พ.ศ.2565

ดร.ชาคริต พิชญางกูร

ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)  กล่าวว่า  ในฐานะองค์กรเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ  ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน นำเสนอพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน นครปฐม   สุพรรณบุรี เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ แพร่ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก หรือ UNESCO Creative Network (UCCN) ในปี พ.ศ.2565 – 2566 โดย CEA ได้เข้าไปทำหน้าที่เตรียมความพร้อมด้วยการนำความคิดสร้างสรรค์ไปพัฒนาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและรองรับให้บริการ จนสามารถเข้าสู่เกณฑ์การคัดเลือกตามมาตรฐานของยูเนสโก ซึ่งจะเป็นจุดหมายที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งของเมืองสร้างสรรค์โลก (Destination) นำมาซึ่งการต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อยกระดับรายได้และชีวิตชุมชน

Advertisement
Kreamy Proof

โดยทั้ง 6 จังหวัดที่จะส่งให้ยูเนสโกคัดเลือก CEA เตรียมนำเสนอในสาขาที่น่าสนใจ และเหมาะสมกับอัตลักษณ์ของพื้นที่ ใน 4 สาขา ได้แก่ เมืองแห่งการออกแบบ (Design) เมืองด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Arts)  เมืองแห่งดนตรี (Music) เมืองแห่งภาพยนตร์ (Film) โดยพื้นที่ที่นำเสนอจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีความโดนเด่นในเชิงวัฒนธรรม ศิลปะ มีความหลากหลาย ทั้งศิลปประยุกต์ ศิลปะพื้นบ้าน มีมิติของการสร้างสรรค์ ที่สามารถเพิ่มคุณค่าและมูลค่า การผสมผสานวัฒนธรรมเก่า-ใหม่ โดยไม่ทำลายรากเหง้าวัฒนธรรมเดิม พร้อมทั้งเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน และต่อยอดกับสาขาอื่น ๆ ได้

ทั้งนี้ เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก มีทั้งหมด 7 สาขา ได้แก่ 1.วรรณคดี (Literature) 2.ด้านการออกแบบ (Design) 3.ภาพยนตร์ (Film)  4.ดนตรี (Music) 5.ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน  (Crafts and Folk Arts) 6.สื่อศิลปะ (Media Arts) และ 7.อาหาร (Gastronomy) โดยคุณสมบัติสำคัญสำหรับเมืองที่จะได้รับพิจารณาให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก จะต้องเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น แตกต่าง การขับเคลื่อนเมืองเน้นการสร้างรายได้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่าวน ตั้งแต่ภาครัฐ เอกชน การศึกษา วิชาชีพ และ ประชาชน เพื่อให้การพัฒนาเมืองไปไปอย่างยั่งยืน เหนือสิ่งอื่นใดเมืองที่จะได้รับการพิจารณาต้องมีความเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับผู้มาเยือน

“แต่ละพื้นที่อยู่ระหว่างนำเสนอชื่อเข้าสู่การคัดเลือก เพื่อให้ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นเมืองสร้างสรรค์เพิ่มเติม โดยมี 5 เมือง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไปแล้ว ได้แก่ จ.ภูเก็ต-ด้านอาหาร จ.เชียงใหม่-ด้านคราฟท์ กรุงเทพ-ด้านดีไซน์ จ.สุโขทัย-ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน และ จ.เพชรบุรี-ด้านอาหาร” นายชาคริตกล่าว

ในส่วนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ได้วางกลไกการพัฒนาใน 3 ระดับคือ ระดับย่าน ระดับเมือง และระดับโลก โดยเริ่มต้นจากระดับย่าน  ซึ่งต้องเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ  ชุมชนมีความพร้อมและเข้มแข็ง โดยอาศัยทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เข้าสู่กระบวนการค้นหา และดึงความน่าสนใจเพื่อสร้างเป็นจุดขาย พร้อมขยายเครือข่ายและพัฒนาร่วมกัน โดยนำความคิดสร้างสรรค์มาออกแบบเป็น “ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์”  ไปจนถึงการพัฒนาระดับเมือง เพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สู่การขับเคลื่อนจังหวัดต่าง ๆ ให้กลายเป็น “เมืองสร้างสรรค์” ในเวทีโลกต่อไป

ปัจจุบัน CEA มีเป้าหมายพัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประเทศไทย (Thailand Creative District Network : TCDN)  ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพ เชียงใหม่ และขอนแก่น ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานคัดเลือกตามเงื่อนไขการพัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งได้วางเป้าหมายการพัฒนาตามโรดแมปไว้ จำนวน 33 แห่ง ภายในปี 2565-2566 เพื่อเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้นแบบ ที่จะสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อการพัฒนาเครือข่ายในระดับประเทศ โดย CEA เริ่มโครงการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2563-2565

สำหรับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนย่านและเมืองสร้างสรรค์ จะดำเนินภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ได้แก่ 1.กลยุทธ์และแนวทางพัฒนา 2.ความรู้และทักษะ 3.การประชาสัมพันธ์ 4.การสร้างเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนและสร้างโอกาสการเข้าถึงการสนับสนุนของหน่วยงาน  และ 5.ด้านนโยบายสร้างสรรค์ คือ การเปิดโอกาสและเข้าถึงสิทธิพิเศษในเชิงธุรกิจที่ตรงกับความต้องการของย่าน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียม Soft Power เพื่อสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยหลังการฟื้นตัวจากCOVID-19 ให้มากขึ้น ทำให้เกิดการหมุนเวียน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตขึ้น


Advertisement
Leaderboard 728x90
Advertisement
Billboard