Advertisement
Leaderboard 728x90

Samsung

ซัมซุงเปิดศักราชใหม่ชูวิสัยทัศน์ Sustainable Living และ Connectivity มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ยั่งยืนและเชื่อมต่อแบบอัจฉริยะ ชูนวัตกรรมเปลี่ยนโลก “SmartThings” พร้อมขนทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ทำตลาดครบทุกกลุ่ม ขยายไลน์กลุ่ม Bespoke พร้อมผลิตภัณฑ์กลุ่มไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมเปิดตัวธีมของปี “Samsung Live A New Day” ตั้งเป้าความสำเร็จเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทย ภายใน 3 ปี

Samsung

นาวสาว เจนนิเฟอร์ ซอง ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ปีพ.ศ.2565 ที่ผ่านมา ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่มพรีเมียมเติบโตสูง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับซัมซุงที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมียมมียอดขายเติบโต 2 เท่า ทำให้ในปี  พ.ศ.2566 นี้ ซัมซุงเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 100 รุ่น

Advertisement
Kreamy Proof

นอกจากนี้ ซัมซุงยังให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อการใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้นและอนาคตที่ยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมทันสมัยและการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และเน้นเรื่องมอบประสบการณ์กลุ่มผลิตภัณฑ์ Bespoke การปรับแต่งเพื่อบ่งบอกตัวตน ซึ่งเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่มีความแข็งแกร่งด้าน Personalization การปรับแต่งด้วยดีไซน์ที่สามารถเลือกเองตามความชอบที่สะท้อนสไตล์ของแต่ละคน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสร้างคุณค่าทางจิตใจ ดึงเอกลักษณ์ของเจ้าของออกมาอย่างชัดเจน สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคทำความต้องการให้เป็นจริงและตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากที่สุด

ทุกวันนี้ชีวิตบนโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว บ้านในวันนี้ไม่เหมือนเมื่อวาน ซัมซุงจึงมุ่งพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงออกถึงบุคลิกของผู้อาศัย ตรงความต้องการยิ่งขึ้น เปรียบเหมือนวันใหม่ วิถีใหม่ของการใช้ชีวิต เครื่องปรับอากาศจะเป็นมากกว่าแค่อุปกรณ์ทำความเย็น ทีวีไม่เพียงแค่มอบความบันเทิงเท่านั้น เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์แต่ละบุคคล

ทำให้ซัมซุงผลักดันนวัตกรรม SmartThings แพล็ตฟอร์มสมาร์ตโฮมอัจฉริยะ ใช้เชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เป็น Smart Devices เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในบ้านให้มีความลื่นไหล ครบ จบ เรียบง่ายผ่านทางสมาร์ตโฟนเป็นอุปกรณ์หลักในการสั่งงาน Home Automation ที่ครบวงจรไม่ว่าจะเป็นทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ หรือโซล่าเซลล์

โดย SmartThings ไม่ได้ถูกจำกัดให้เชื่อมต่อได้เฉพาะแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าจากซัมซุงเท่านั้น สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์อื่นที่เป็นพันธมิตรของซัมซุงรวมไปถึงยังรองรับการติดตั้งทั้งใน Android และ iOS อีกด้วย นอกจากนั้นผู้ใช้งานยังสามารถติดตามการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ด้วย AI Saving Mode ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างยั่งยืน และช่วยลดค่าไฟโดยเฉลี่ยได้ถึง 40%

“ผู้บริโภคบนโลกสามารถใช้ทุกอุปกรณ์เชื่อมโยงกัน มอบประสบการณ์ที่ดีกว่า เข้าถึงพฤติกรรมแต่ละคนได้มากกว่าและใช้งานง่ายกว่าเดิม โดย SmartThings สำหรับผู้บริโภคเป็นแพลตฟอร์มแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านพลังงาน ENERGY STAR SHEMS รวมถึงให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อการใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้นและอนาคตที่ยั่งยืน”นาวสาว เจนนิเฟอร์ ซองกล่าว

ด้านกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ซัมซุงได้มีการวางเป้าหมาย Net Zero เพื่อให้การปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 และเข้าร่วม RE100 ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระดับโลกที่ซัมซุงทุ่มเทแสวงหาพลังงานหมุนเวียน 100% นอกจากนี้ยังได้สร้าง Eco Packaging เพื่อสิ่งแวดล้อม คืนชีวิตให้กับกล่องบรรจุภัณฑ์ นำกลับมาใช้ใหม่ หรือเอามาประดิษฐ์เป็นของใช้ที่มีประโยชน์ เช่น Solar Cell Remote ประหยัดพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน หรือ กล่องใส่ทีวี ที่นำมาดัดแปลงเป็นของใช้ในบ้านที่หลากหลายไม่หว่าจะเป็นกล่องเก็บของไปจนถึงบ้านแมว เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ที่ยังคงมองหาฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ ให้ความบันเทิงที่พร้อมทั้งให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

Samsung

สำหรับตลาดทีวีพรีเมียมซัมซุงได้สำรวจตลาดพบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 3 (72%) สำหรับความต้องการติดตั้งสมาร์ตโฮม รองจากเวียดนาม (84%) และอินโดนีเซีย (81%)  ซึ่งยังมีความเป็นไปได้ที่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอัจฉริยะจะเติบโตสูงขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ช่องว่างระหว่างครัวเรือนที่มีรายได้สูงและครัวเรือนที่มีรายได้น้อยกลับกว้างขึ้นนั่นหมายถึงผู้บริโภคระดับพรีเมียมที่สูงขึ้น

ด้านตลาดทีวีปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคให้การตอบรับทีวีจอใหญ่มากขึ้น ทำให้สัดส่วนหน้าจอตั้งแต่ 65 นิ้วขึ้นไป เติบโตขึ้นมากแบบเห็นได้ชัดถึง 1.5 เท่า ทีวีพรีเมียมยังคงเติบโตสูง ในปี พ.ศ.2565 ยอดขาย Samsung Neo QLED เติบโตขึ้นถึง 3 เท่า เฉพาะ Neo QLED 8K เติบโตถึง 4 เท่า ไลฟ์สไตล์ทีวียังเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตได้ดี และยังจะเป็นกลุ่มที่ซัมซุงให้ความสำคัญต่อเนื่องในปีนี้ โดยปีที่ผ่านมายอดขายไลฟ์สไตล์ทีวีโต 2 เท่า

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องเสียงของซัมซุงที่ใช้คู่กับทีวี เช่น Soundbarรวมไปถึง Sound Tower ก็ได้รับการตอบรับจากตลาดมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ยอดขายของ Soundbarเติบโต 1.5 เท่า ปัจจัยการเติบโตหลักของกลุ่มภาพและเสียงของซัมซุง มาจากผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียมไลฟ์สไตล์ทีวี รวมถึงได้แรงหนุนจากเทศกาลฟุตบอลระดับโลก ตลอดจนการจับมือกับพาร์ทเนอร์จัดโปรโมชั่นต่างๆ ที่โดนใจผู้บริโภค เช่น ร่วมกับมินิคูเปอร์, BMW, Snow Peak และ 333 Gallery

สำหรับปี พ.ศ.2566 ซัมซุงจะส่งผลิตภัณฑ์ทีวีรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอีกมากมาย อาทิ Samsung OLED TV ที่ขณะนี้เปิดให้พรีออเดอร์พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ, Neo QLED รุ่นใหม่, Lifestyle TV และทีวีรุ่นที่มี IOT บิลท์อินในตัว รวมถึงยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ผู้บริโภคออนไลน์จะได้เห็นภาพผลิตภัณฑ์ในมุมต่างๆ อย่างสวยงามชัดเจน และมีการจำลองภาพให้เห็นว่า การนำผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นไปวางตกแต่งในแต่ละห้องจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วนหน้าร้านจะมีการเลือกผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในแต่ละช่องทางให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าในช่องทางนั้นๆ โดยกลุ่มภาพและเสียงซัมซุงตั้งเป้าการเติบโตในปี พ.ศ.2566 ที่ 17%

Samsung

กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของซัมซุงปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา ภาพรวมเติบโต 5% กลุ่มเครื่องซักผ้าและตู้เย็นเติบโต 5% กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (เตาอบไมโครเวฟ เครื่องดูดฝุ่นและเครื่องฟอกอากาศ) เติบโต 10% ปัจจัยหลักมาจากวิถีการใช้ชีวิตที่ปลี่ยนแปลง สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่มีฤดูกาลที่แน่นอนทำให้ผู้บริโภคต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น รวมถึงกลุ่มตลาดพรีเมียมที่ขยายตัวขึ้น ซึ่งซัมซุงมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม Bespoke ที่ซัมซุงเป็นผู้บุกเบิกตลาด ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกลุ่มพรีเมียมของซัมซุงเติบโตถึง 2 เท่าจากปี พ.ศ.2564

ทำให้ซัมซุงเตรีเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ รวมถึงกลุ่ม Bespoke Home ภายใต้แนวคิด Bespoke My Life ที่มีจุดเด่นด้วยกัน 3 ด้านคือ

1.Lifestyle ผู้บริโภคสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ เช่น ตู้เย็นสามารถออกแบบได้ทั้งสีสันและฟังก์ชันการใช้งานให้เหมาะกับความต้องการและพื้นที่ และจะขยายไลน์Bespoke ออกไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของซัมซุง

2.Sustainability การประหยัดพลังงานด้วย AI Saving Mode และความทนทานของผลิตภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าของผู้บริโภค โดยซัมซุงมั่นใจในคุณภาพผลิตภัณฑ์ ขยายเวลารับประกันอินเวอร์เตอร์มอเตอร์เครื่องซักผ้าและอินเวอร์เตอร์คอมเพรสเซอร์ตู้เย็นออกไปเป็น 20 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการรับประกันที่นานที่สุดในตลาดขณะนี้

3.Connectivity การเชื่อมโยงอัจฉริยะผ่าน SmartThings โดยในปีนี้ซัมซุงตั้งเป้าเติบโต 2 เท่าสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกลุ่มพรีเมียม

นอกจากนี้ ซัมซุงตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นเครื่องปรับอากาศด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าบ้านที่อยู่อาศัยทั่วไปและกลุ่มลูกค้าองค์กร โดยปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา ยอดขายเครื่องปรับอากาศพรีเมี่ยมในกลุ่ม WindFreeเติบโตถึง 30% ส่วนยอดขายกลุ่ม B2B เติบโตถึง 40%

โดยในปี พ.ศ.2566 นี้ ซัมซุงเตรียมเปิดตัวไลน์อัพเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ในกลุ่ม WindFreeแบบจัดเต็ม ทั้งรุ่น WindFree Premium Plus, WindFree AI, WindFree, 360 Cassette, WindFree 1-Way Cassette, WindFree 4-Way Cassette และ Ceiling พร้อมขยายระยะเวลารับประกันสูงสุดถึง 10 ปี นอกจากนี้ยังพร้อมบุกตลาดลูกค้าองค์กรด้วยระบบเครื่องปรับอากาศ DVM S2, Free Joint Multi (FJM) และ Ceiling Fixed Speed R32 Mark5


Advertisement
Leaderboard 728x90
Advertisement
Billboard