Advertisement
Leaderboard 728x90

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน สำรวจในเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 116.59 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.2% จากเดือนก่อนหน้าโดยยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” นักลงทุนมองว่าการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สำหรับปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์โรคระบาด COVID-19 และนโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด และการไหลออกของเงินทุน

นอกจากนี้ยังพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ช่วงค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ80-119 เพิ่มขึ้น 12.2% จากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 116.59 ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล และกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ อยู่ในระดับ “ร้อนแรง” ในขณะที่ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ อยู่ในระดับ “ทรงตัว” โดยหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดธนาคาร หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดแฟชั่น โดยมีปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ส่วนปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ระบาดของ COVID-19

Advertisement
Kreamy Proof

สำหรับผลสำรวจ ณ เดือนสิงหาคม พ.ศ.2565 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นนักลงทุนแทบทุกกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยนักลงทุนบุคคลปรับเพิ่มขึ้น 18.3% อยู่ที่ระดับ 127.42 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้น 12.0% อยู่ที่ระดับ 140.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ปรับเพิ่มขึ้น 39.5% อยู่ที่ระดับ 106.67 ในขณะที่ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติทรงตัว อยู่ที่ระดับ 100.00 อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามตลาดโลก จากการที่นักลงทุนคาดว่า เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง รวมถึงการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน SET Index ปรับตัวลงเล็กน้อย หลังเฟดส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อต่อสู้กับสถานการณ์เงินเฟ้อ รวมถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญไทยสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตลอดทั้งเดือน SET index เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ระหว่าง 1,589.16-1,644.78 และ SET Index ณ สิ้นเดือนปิดที่ 1,638.93 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% จากเดือนก่อนหน้า ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิกว่า 57,014 ล้านบาท รวมนักลงทุนต่างซาติซื้อสุทธิตลอดปี พ.ศ.2565 เป็นมูลค่า 170,743.71 ล้านบาท

ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ COVID-19 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากในหลายประเทศ ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในประเทศ ซึ่งมีเพิ่มขึ้นหลังเปิดให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งจะส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศ แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวรวมต่างชาติแล้วกว่า 3.78 ล้านราย

“ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ซึ่งจะแบ่งเป็น 4 ช่วงของวิกฤตรอบนี้ที่จะใช้เวลา 2-3 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย ช่วงแรกจะเห็นนักลงทุนเร่ง Exit โดยปี พ.ศ.2565 จะเห็นเงินเฟ้อเริ่มพีค ช่วงที่ 2 ปี พ.ศ.2566 เฟดขึ้นดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อเริ่มลดลง ช่วงที่ 3 ปี พ.ศ.2567 เศรษฐกิจเริ่ม Bottom Out และเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2% และช่วงที่ 4 ปี พ.ศ.2568 เฟดจะเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายกอบศักดิ์กล่าว


Advertisement
Leaderboard 728x90
Advertisement
Billboard