Advertisement
Leaderboard 728x90

คาราบาวกรุ๊ปประกาศทำเบียร์ 2 ยี่ห้อ ได้แก่ เบียร์คาราบาว และ เบียร์ตะวันแดง พร้อมเปิดตัวเบียร์ใหม่ 5 รสชาติ

“คาราบาว กรุ๊ป” ยักษ์เครื่องดื่มชูกำลัง ประกาศทำเบียร์ 2 ยี่ห้อ ได้แก่ เบียร์คาราบาว และ เบียร์ตะวันแดง โดยได้เปิดตัวเบียร์ใหม่ 5 รสชาติ เตรียมลงตลาดเบียร์มูลค่า 260,000 ล้านบาท ในเดือน พ.ย. 66 นี้

นายเสถียร เสถียรธรรมะ

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ คร่ำหวอดกับเบียร์สด ผ่านร้านเยอรมันตะวันแดง ผ่านมา 20 ปี คาราบาวจึงได้ทุ่มงบประมาณ 4,000 ล้านบาท ทำเบียร์คาราบาว และเบียร์ตะวันแดง ครั้งแรกโดย20 กว่าปีก่อน เราไม่กล้าเข้าสู่ตลาดเบียร์ ด้วยตอนนั้นเจ้าตลาด 2 ราย ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 90% แต่วันนี้เรามั่นใจจากการพัฒนาเบียร์ จึงเปิดตัวทีเดียว 5 รสชาติ

Advertisement
Kreamy Proof

เบื้องต้น ได้สร้างโรงงานการผลิตเบียร์ในจังหวัดชัยนาท นำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ ทำกำลังการผลิตได้สูงสุด 400 ล้านลิตร นำร่อง เฟสแรกผลิต 200 ล้านลิตร ทั้งนี้คาราบาวมีเป้าหมายขึ้นเป็นท็อป 3 ของตลาดเบียร์ไทย โดยวางโพซิชั่นทั้ง 2 แบรนด์ ในเซ็กเมนต์อีโคโนมี มีสัดส่วนสูง 75% และสแตนดาร์ด มีสัดส่วน 20% ของตลาดเบียร์ 2.6 แสนล้านบาท ซึ่งรวม ๆ กินส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 90% ของทั้งตลาด เพื่อเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคให้เร็วที่สุด

-เบียร์คาราบาว วางเซ็กเมนต์อีโคโนมี – สแตนดาร์ด
-เบียร์ตะวันแดง วางเซ็กเมนต์สแตนดาร์ด – พรีเมียม

สำหรับกลยุทธ์เบียร์ของบริษัทฯ ที่ทำให้เหนือคู่แข่ง คือ การนำเสนอเบียร์คุณภาพระดับโลกในราคาเข้าถึงได้ โดยนำประสบการณ์จากการดำเนินธุรกิจโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ไมโครบริวเวอรี เบอร์ 1 ในไทย มาย่อส่วนสู่เบียร์ 2 แบรนด์นี้ โดยพยายามคงกลิ่นและรสชาติให้ใกล้เคียงกับเบียร์ที่โรงเบียร์ตลาดเบียร์ไทยมีแบรนด์ใหญ่ไม่กี่ยี่ห้อ ทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกมากนัก เบียร์คุณภาพสูงมักเป็นเบียร์นำเข้าราคาแพง ผู้บริโภคเข้าถึงยาก ช่องว่างตลาดเบียร์จึงมีอยู่มาก เพราะไม่มีใครกล้าเล่น จึงเป็นโอกาสของคาราบาว

บริษัทฯ จึงเปิดตัวสินค้า 5 รสชาติ จาก 2 แบรนด์ ดังนี้
1.เบียร์คาราบาว2 รสชาติ ได้แก่
-Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์)
-Dunkel Beer (เบียร์ดุงเกล)
2.เบียร์ตะวันแดง เปิดตัว 3 รสชาติ ได้แก่
-Weizen Beer (เบียร์ไวเซ่น)
-Rose Beer (เบียร์โรเซ่)
-IPA Beer (เบียร์ไอพีเอ)

Advertisement
The Xpozir

สำหรับราคาเบียร์คาราบาว แบบกระป๋อง 320 ml ราคา 45 บาท แบบ 490 ml ราคา 60 บาท ส่วนเบียร์ตะวันแดง แบบกระป๋องเล็กราคา 45 บาท และแบบกระป๋องใหญ่ 60 บาท

โดยเบียร์คาราบาว เราเน้นตัวเบียร์ดำ Dunkelถือเป็นครั้งแรกที่จะนำเบียร์ดำราคาเข้าถึงได้ ไปสู่ผู้บริโภคทั่วไป นี่เป็นไฮไลต์ของเรา ขณะนี้เริ่มขายมา 1 สัปดาห์ ได้รับผลตอบรับดี ผลิตยังไม่ทัน เราเชื่อว่าเบียร์จะเติบโตดีกว่าเหล้า เพราะเหล้าไม่โตก้าวกระโดด ขวดหนึ่งราคา 400 บาท เบียร์ขวดหนึ่ง 60 บาท กระป๋อง 40 บาท คนเข้าถึงง่ายกว่า

ขณะที่ปี 2567 บริษัทฯ เล็งออกเบียร์ส้มเพิ่มเติม ส่วนกำลังการผลิตภายในปี 2570 จะเพิ่มเป็น 400 ล้านลิตรต่อปี เพื่อให้ทันต่อความต้องการอย่างไรก็ตาม จากการมีผู้เล่นหลักในตลาดเบียร์ ซึ่งครองส่วนแบ่งกว่า 80% ถือเป็นความท้าทายของกลุ่มคาราบาวโดยกลยุทธ์หลักในช่วงแรกจะมุ่งศึกษาตลาดถึงมาตรฐานใหม่ของเบียร์ขั้วที่ 3 พร้อมทำให้ผู้บริโภคเข้าใจและเปิดใจว่าเบียร์ที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก และเบียร์ที่คนนิยมดื่มกันในระดับสากลนั้นเป็นอย่างไร ทั้งเรื่องรสชาติ ความเข้มข้นที่แตกต่างจากเบียร์เดิมที่อยู่ในตลาดโดยทุ่มงบการตลาดมากที่สุดในรอบ 20 ปีนับตั้งแต่เปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลัง “คาราบาวแดง” เตรียมกิจกรรมการตลาดอย่างครบเครื่องในทุกช่องทาง

หนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญคือ การตัดสินใจต่อสัญญาเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันฟุตบอล Carabao Cup ต่อไปอีก 3 ปี กับ English Football League (EFL) จากเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2024 ซึ่งจะทำให้คาราบาวเป็นสปอนเซอร์หลักฟุตบอล Carabao Cup ไปจนถึงปี 2027 ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของ EFL

นอกจากนี้ จากกลยุทธ์ Sport Marketing คาราบาวคัพ พรุ่งนี้ (10 พ.ย. 66) เราเตรียมคุยพาร์ตเนอร์กัมพูชา ต่อจากนี้จะคุยกับพาร์ตเนอร์พม่า และออสเตรเลีย และก่อนรอบชิงชนะเลิศของ Carabao Cup เราจะนำเบียร์ไปขายที่อังกฤษให้ได้นี่คือกลยุทธ์ของเราเพื่อเป็นการสานต่อกลยุทธ์ Sport Marketing ระดับโลก จึงเปิดตัวแคมเปญใหญ่ เครื่องดื่มคาราบาวพาทุกคนไป “สัมผัสประสบการณ์ระดับโลก เชียร์บอล เชียร์บาว” กับการชมฟุตบอลระดับโลกติดขอบสนาม ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีบินลัดฟ้าสู่ประเทศอังกฤษ ชมศึก Carabao Cup ฤดูกาล 2023/24 รอบชิงชนะเลิศซึ่งมั่นใจว่าจะเข้ามาสร้างกระแสและดึงให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับแบรนด์ พร้อมตอกย้ำความเป็นสินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก ให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น

อีกจุดแข็งสำคัญที่ทำให้บริษัทมั่นใจว่า เบียร์ทั้ง 2 แบรนด์จะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี คือความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดยเฉพาะ “คาราบาว” ซึ่งได้รับการยอมรับไม่เพียงประเทศไทยแต่ในระดับโลก ปัจจุบันมีการส่งออกสินค้าไปยัง 42 ประเทศ ครอบคลุมทุกทวีปรวมทั้งเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอล EFL ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น “คาราบาวคัพ” มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 ซึ่งทำให้แบรนด์ไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ขณะที่ “ตะวันแดง” ก็ได้รับการยอมรับในฐานะโรงเบียร์ไมโครบริวเวอรี่ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย ที่ยืนอยู่ได้มาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ซึ่งกลุ่มคาราบาวตั้งเป้าว่าจะส่งออกสินค้าเบียร์ไปยังตลาดต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษและประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีร้านอาหารไทยจำนวนมากอันดับต้น ๆ ของโลก
ปัจจุบันตลาดเบียร์ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว การเข้ามาในตลาดของกลุ่มคาราบาวในครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้เห็น Movement ของตลาดที่เปลี่ยนไป จากมาตรฐานใหม่ของเบียร์ที่บริษัทกำลังจะสร้างขึ้น และมาพร้อมตัวเลือกที่หลากหลาย และจากมูลค่ารวมของตลาดแอลกอฮอล์ รวมกว่า 5 แสนล้านบาทนั้น
บริษัทตั้งเป้าว่า “เบียร์” จะเป็นเครื่องจักรที่สำคัญ ที่จะพาสินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์ให้เติบโตไปด้วย พร้อมเป็นแกนนำให้ธุรกิจอื่น ๆ ในเครือคาราบาวเติบโตมากขึ้นไปอีก

“เราจะเอาชนะในตลาดนี้ให้ได้ มีคำพูดว่าเราเป็นเบียร์ขั้วที่ 3 นั้นจริง เพราะเรามาทีหลัง แต่เราไม่คิดจะเป็นเพียงเบอร์ 3 เท่านั้นของตลาดเท่านั้น จะขึ้นไปสูงกว่านั้นเป็นเบอร์ 1 ของตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาด 30% แต่ปีแรก คือ ปี 2567 เราคาดหวังได้ส่วนแบ่งตลาด 10%”นายเสถียรกล่าว


Advertisement
Leaderboard 728x90
Advertisement
Billboard